เปิดเงื่อนไข ต่างชาติ 6 กลุ่มเข้าประเทศ
เปิดเงื่อนไข ต่างชาติ 6 กลุ่มเข้าประเทศ

หน้าแรก ข่าว ข่าวโซเชียล เปิดเงื่อนไข ต่างชาต...
วันที่ 28 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค โควิด19 ว่าโฆษก ศบค. กล่าวว่า ที่ประชุมมีมาตรการผ่อนคลายอนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศได้ 6 กลุ่ม ประกอบด้วย
1 นักกีฬาต่างชาติที่จะเข้ามาแข่งขันกีฬาจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ชิงถ้วยพระราชทาน จะใช้เส้นทางผ่านจังหวัดสมุทรสงคราม เพชรบุรี และไปสิ้นสุดที่จ.ระนอง โดยนักกีฬาที่จะเดินทางเข้ามาจะพักที่ State Quarantine โรงแรมรัตนโกสินทร์
2 นักบินและลูกเรือบริษัทการบินไทย จากเที่ยวบินที่รับนักกีฬาให้เข้า State Quarantine
3 อนุญาตให้ผู้ที่ถือวีซ่าประเภทอยู่ชั่วคราวประเภทต่าง ๆ เข้าพักในราชอาณาจักร
4 การกำหนดเงื่อนไขผู้ขอวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มLong stay
5 อนุญาตให้ผู้ถือบัตร APEC Card เข้าประเทศเพื่อประโยชน์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยเลือกประเทศที่มีความเสี่ยงน้อย
6 อนุญาตให้ผู้ที่ประสงค์ที่จะพำนักในประเทศในระยะสั้น ระยะยาว เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร โดยต้องมีระบบการตรวจสอบบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนไม่น้อยกว่า 5 แสนบาท
โดยที่ประชุมยังอนุญาตให้สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยเสนอจัดการแข่งขันแบดมินตันระดับนานาชาติ BWF Word Tour ในประเทศไทย โดยให้สมาคมจัดมาตรการดูแลอย่างเคร่งครัด ซึ่งการแข่งขันจะมีขึ้น ในเดือนมกราคมปี 2564 นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ยังเห็นชอบให้ขยายการบังคับใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในคราวที่ 6 ออกไปอีก 1 เดือน ระหว่าง 1 ถึง 31 ต.ค. 2563 วัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและควบคุมโรค โดยจะได้นำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) ในวันพรุ่งนี้ ( 29 ก.ย.63) เพื่ออนุมัติต่อไป

สำหรับการระบาดของโรคโควิดในประเทศเมียนมานั้น ยืนยันว่าไทยพร้อมให้ความร่วมมือกับทางการเมียนมา และขอให้ประชาชนใน 10 จังหวัดขอบชายแดนเมียนมา ( เชียงราย, เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน ,ตาก ,กาญจนบุรี, ราชบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร และระนอง) ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการสอดส่องดูแลพื้นที่ โดยเมียนมาก็มีการติดเชื้อมาจากบังกลาเทศและอินเดียจน จนโรคได้ระบาดมาถึงใจกลางเมือง
พร้อมขอย้ำให้ประชาชนร่วมกันรณรงค์ต่อเนื่องจากการใส่หน้ากากผ้า หน้ากากอนามัยตลอดเวลา หลังพบประชาชนใส่หน้ากากลดลงจากช่วงเดือนพฤษภาคม จากเดิม 94.8 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 82.2 เปอร์เซ็นต์ จึงขอให้กลับไปเข้มงวดเหมือนเดิมให้ได้ 90 เปอร์เซ็นต์ถึงจะปลอดภัยและหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้ โดยมาตรการต่าง ๆ ทั้งการป้องกันควบคุมโรค และประกอบกิจการทางเศรษฐกิจ ต้องดำเนินสอดคล้องกัน โดยย้ำในหลักการ ประเทศผ่อนคลาย “ประชาชนเข้มงวด เศรษฐกิจเข้มแข็ง
Comments
Post a Comment