ลุงขับแท็กซี่โรครุมเร้า ขอบคุณคนไทยที่ช่วยเหลือ ล่าสุดเตรียมเปลี่ยนอาชีพแล้ว
ลุงขับแท็กซี่โรครุมเร้า ขอบคุณคนไทยที่ช่วยเหลือ ล่าสุดเตรียมเปลี่ยนอาชีพแล้ว

วันที่ 28 สิงหาคม 2563 ทีมข่าวได้รับรายงานว่า จากกรณี นายสุเมธ สิงห์พันธุ์ คนขับแท็กซี่ที่ป่วยหลายโรครุมเร้า ทั้งเบาหวาน โรคไต และตาเป็นต้อ จนต้องล้างไตทุก 4 ชั่วโมง วันละ 4 รอบ และยังต้องขับแท็กซี่เพื่อหารายได้รักษาตัวและเลี้ยงชีพ ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้ว
เมื่อทีมข่าวลงพื้นที่ไปพูดคุยกับ นายสุเมธ สอบถามถึงความเป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน ซึ่งนายสุเมธ บอกว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้รับความช่วยเหลือและกำลังใจจากคนไทยมากมายขณะนี้ พร้อมทั้งขอบคุณผู้โดยสารใจบุญที่นำเรื่องราวตนเองไปแชร์ในโลกออนไลน์ทำให้ชีวิตของตนดีขึ้น ตอนนี้อยากติดต่อไปยังผู้โดยสารคนดังกล่าวแต่เนื่องวันนั้นมีคนโทรศัพท์ตนเยอะมากจึงจำเบอร์ผู้โดยสารใจบุญไม่ได้ ส่วนจะขับรถไปหาก็ยังไม่มีโอกาส
ส่วนเรื่องเงินบริจาคมีการอัปเดตล่าสุดคือช่วง 12.00 น. เมื่อวานนี้มีประมาณ 800,000 บาท จากนั้นก็ยังไม่ได้ไปอัปเดตอีกจึงไม่ทราบว่ามีเท่าไร ซึ่งตนตั้งใจว่าจะเก็บเงินบริจาคที่ได้ไว้รักษาตัว คงจะไม่นำไปซื้อแท็กซี่ตามความตั้งใจเดิม เพราะหลวงพ่อขอบิณฑบาตไว้เนื่องจากกลัวจะเป็นอันตราย ตนเองจึงรับปาก ส่วนหลังจากนี้จะไปทำอาชีพอะไรนั้นคงต้องรอพูดคุยกับภรรยาก่อน เพราะภรรยาพาลูกสาววัย 9 ขวบ กลับไปอยู่ต่างจังหวัดในช่วงโควิด-19 แต่ตอนนี้ตนได้ตามให้กลับมาแล้ว พร้อมกันนี้ นายสุเมธ ยืนยันที่ผ่านมาลูกชายวัย 19 ปี ให้ความช่วยเหลือตนเองตามกำลังที่มีมาตลอด แต่เนื่องจากทำงานอยู่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จึงไม่สามารถเดินทางมาดูแลได้ จึงขอสังคมอย่าต่อว่าลูกชายตนเลย
นายสุเมธ ยังบอกด้วยว่า ที่ผ่านมาได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้าน เจ้าของบ้านเช่า เจ้าของอู่แท็กซี่หน้าเรือจำปทุมฯ โดยตลอด โดยเฉพาะเจ้าของอู่รถที่ยอมให้ตนเช่ารถแท็กซี่ทั้งที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะ แต่เพราะอยากช่วยเหลือจึงยอมให้เช่า และผ่อนผันค่าเช่าได้บ้าง แต่ล่าสุดมีเจ้าของอู่แท็กซี่ย่านรามคำแหงติดต่อให้ความช่วยเหลือจะยกรถแท็กซี่ให้ 1 คัน แต่ขอให้ นายสุเมธ ไปสอบใบขับขี่ฯ ก่อน ตนจึงอยากฝากขอบคุณเจ้าของอู่ แต่หากต้องการช่วยเหลือขอเป็นเงินบริจาคแทน เนื่องจากตั้งใจว่าจะไม่ขับรถแท็กซี่แล้ว
ทั้งนี้หลังจากมีการเผยแพร่ข้อมูลของ นายสุเมธ ออกไป มีการนักการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงคนไทยเข้าให้ความช่วยเหลือไม่ขาดสาย ล่าสุดเจ้าของอู่แท็กซี่ทั้งของใช้จำเป็นและเงินช่วยเหลือ นายสุเมธ จึงตั้งใจว่า จะปิดรับบริจาคภายในสิ้นเดือนนี้ เพราะไม่อยากให้เกิดดราม่าเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับกรณีอื่นๆ
Comments
Post a Comment